วันที่นำเข้าข้อมูล 20 ก.ย. 2562

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 5 ก.ค. 2565

การรับรองเอกสาร


เอกสารประกอบการพิจารณา

  1. คำร้องนิติกรณ์ คลิกที่นี่
  2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนไทย
  3. สำเนาหนังสือเดินทางไทย
  4. สำเนาบัตรประจำตัวฮ่องกง/มาเก๊า
  5. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนไทยของผู้แปลเอกสาร
  6. เอกสารต้นฉบับที่ต้องการรับรองคำแปล และคำแปล พร้อมสำเนาอย่างละ 2 ชุด (ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)
  7. เอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ถ้าต้องการรับรองคำแปลสูติบัตร จะต้องมีสำเนาหนังสือเดินทาง
    ตามชื่อที่ปรากฏในสูติบัตร และสำเนาหนังสือเดินทางของบิดา/มารดาแนบมาด้วย

เอกสารที่สามารถยื่นคำร้องขอรับรองเอกสารได้

1.

การรับรองคำแปล

1.1 การรับรองคำแปลเอกสารภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ ได้แก่
  • เอกสารการทะเบียนราษฎรและเอกสารเกี่ยวกับบุคคล เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง สูติบัตร มรณบัตร บัตรประจำตัวคนต่างด้าว ทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อ/สกุล ฯลฯ
  • เอกสารการทะเบียนครอบครัว เช่น ใบสำคัญการสมรส ทะเบียนสมรส ใบสำคัญการหย่า ทะเบียนหย่า ทะเบียนรับบุตรบุญธรรม หนังสือรับรองความเป็นโสดที่อำเภอออกให้ ฯลฯ
  • เอกสารการศึกษา เช่น ใบสุทธิ ประกาศนียบัตร ปริญญาบัตร หนังสือรับรองจากสถาบันการศึกษา ฯลฯ ทั้งนี้ หากเป็นเอกสารที่ออกโดยสถาบันการศึกษาของเอกชนต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการก่อน หรือมิเช่นนั้น สถาบันการศึกษาดังกล่าวต้องจัดส่งตัวอย่างลายมือชื่อ
    ผู้มีอำนาจลงนามมาให้กรมการกงสุล กองสัญชาติและนิติกรณ์ ทราบเป็นการล่วงหน้า
    หากเป็นการรับรองสำเนาเอกสารการศึกษา จะต้องให้สถาบันการศึกษารับรองในสำเนานั้นก่อน
  • เอกสารการทะเบียนและเอกสารที่เกี่ยวกับนิติบุคคลที่ออกโดยราชการไทย เช่น ทะเบียนนิติบุคคล ใบทะเบียนการค้า ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนบริษัท หนังสือบริคณห์สนธิรายชื่อผู้ถือหุ้น
    รายงานการตรวจสอบบัญชี งบดุล ใบเสร็จการชำระภาษี ฯลฯ
  • เอกสารราชการอื่นๆ เช่น ใบอนุญาตจัดหางานไปทำงานต่างประเทศ ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ ฯลฯ

1.2 การรับรองคำแปลเอกสารภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ได้แก่
  • เอกสารการทะเบียนราษฎรและเอกสารเกี่ยวกับบุคคล เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง ฯลฯ
  • เอกสารการทะเบียนครอบครัว เช่น ใบสำคัญการสมรส ใบสำคัญการหย่า ฯลฯ
  • เอกสารการศึกษา เช่น ใบสุทธิ ประกาศนียบัตร ปริญญาบัตร และหนังสือรับรองสถาบันการศึกษา ฯลฯ
  • เอกสารการทะเบียนและเอกสารที่เกี่ยวกับนิติบุคคล เช่น ทะเบียนนิติบุคคล ใบทะเบียนการค้า ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนบริษัท หนังสือบริคณห์สนธิ ฯลฯ
2.
การรับรองลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนามในเอกสาร ได้แก่
  • เอกสารทางการค้า เช่น ใบกำกับราคาสินค้า (Invoice) ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin-C/O) ฯลฯ ต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงพาณิชย์ หรือหอการค้าไทย หรือสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยก่อน
  • เอกสารทางการเงิน เช่น หนังสือรับรองการเงินที่ออกโดยธนาคารและลงนามโดยผู้มีอำนาจของธนาคารที่ออกเอกสารนั้น
  • หนังสือมอบอำนาจ (ในนามบริษัท) ผู้มอบอำนาจต้องเป็นกรรมการบริษัทผู้มีอำนาจลงนามตามที่ระบุในหนังสือรับรองของกระทรวงพาณิชย์ และต้องมาลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่
  • หนังสือมอบอำนาจ (ส่วนบุคคล) ผู้มอบอำนาจต้องมาลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่
  • หนังสือรับรองอื่นๆ อาทิ หนังสือรับรองผลการวิเคราะห์สินค้า และหนังสือรับรองความประพฤติต้องเป็นเอกสารซึ่งออกหรือผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
    ** สำหรับใบตรวจโรคหรือใบรับรองแพทย์ที่ออกโดยโรงพยาบาลเอกชนที่ไม่มีตัวอย่างลายมือชื่อให้กองสัญชาติฯ ตรวจสอบ ต้องนำเอกสารดังกล่าวไปให้แพทยสภารับรองก่อน **
3.
การรับรองสำเนาเอกสารที่หน่วยงานราชการไทยออกให้ ได้แก่
  • เอกสารการทะเบียนราษฎรและเอกสารเกี่ยวกับบุคคล เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง ฯลฯ
  • เอกสารการทะเบียนครอบครัว เช่น ใบสำคัญการสมรส ใบสำคัญการหย่า ฯลฯ
  • เอกสารการศึกษา เช่น ใบสุทธิ ประกาศนียบัตร ปริญญาบัตร และหนังสือรับรองสถาบันการศึกษา ฯลฯ
  • เอกสารการทะเบียนและเอกสารที่เกี่ยวกับนิติบุคคลที่ออกโดยราชการไทย เช่น ทะเบียนนิติบุคคล ใบทะเบียนการค้า ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนบริษัท หนังสือบริคณห์สนธิ ฯลฯ
4.
การรับรองเอกสารทั่วไป
  • หากเป็นเอกสารที่ทำขึ้นในฮ่องกงหรือมาเก๊า ผู้ยื่นขอรับรองจะต้องนำเอกสารดังกล่าว ไปยื่นขอรับรองจาก Notary Public ที่ได้รับการประทับรับรองจากทางการฮ่องกงหรือมาเก๊า (ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับแต่ละสำนักงาน Notary Public) แล้วจึงนำมายื่นต่อสถานกงสุลใหญ่ฯ ทั้งนี้ สถานกงสุลใหญ่ฯ ประทับรับรองลายมือชื่อของ Notary Public โดยไม่ได้รับรองข้อความใด ๆ ในเอกสารดังกล่าว
  • เอกสารที่จะรับรองจะต้องไม่มีข้อความที่ขัดต่อกฎหมายหรือขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม

ค่าธรรมเนียม

ฉบับละ
140 ดอลลาร์ฮ่องกง

หมายเหตุ

  • แปลเอกสารให้ถูกต้องและครบถ้วนตามแบบฟอร์มของต้นฉบับ ห้ามแปลสรุปหรือรวบรัดตัดตอน
  • เอกสารที่แปลต้องมีลายเซ็นของผู้แปลเอกสาร และมีข้อความรับรองว่าคำแปลถูกต้องตรงตามเอกสารต้นฉบับ 
  • กรณีที่มีการแปลเอกสารที่ประเทศไทย จะต้องนำเอกสารไปผ่านการรับรองที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก่อนจะนำไปผ่านการรับรองที่สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง
  • เจ้าหน้าที่อาจเรียกขอเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ตามความจำเป็น